น้ำตาล.ขม ★general be'★

เข้าร่วม: 30 Jul 2008 ตอบ: 3537 ที่อยู่: Relax Home!!
|
ตอบเมื่อ: Sun 19 Apr 2009,04:07 am เรื่อง: ความพอเพียงของในหลวง |
|
|
ความพอเพียงของในหลวง
ไปอ่านเจอมาในนิตยสารแพรวเห็นว่าน่าประทับใจ
และน่าจะเป็นประโยชน์กับ เพื่อนๆพี่ๆน้องๆ บ้างไม่มากก็น้อย
จึงขอนำมาแบ่งปันกัน ณ โอกาสนี้นะคะ
...
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา
เคยเล่าถึงความพอเพียงของพระองค์ท่านผ่านแพรวว่า
“เมื่อปี 2524 ผมได้รับการมอบหมายจากรัฐบาลให้ไปตามเสด็จฯถวายงานเป็นครั้งแรก
"ผมพยายามจ้องมองทุกสิ่งทุกอย่างถึงพระราชจริยวัตรต่างๆ
"เครื่องใช้ต่างๆของพระองค์ท่าน
“จนกระทั่งทรงรู้สึกพระองค์ว่าผมจ้องดูข้อพระหัตถ์ว่าทรงใช้นาฬิกาอะไร
"ก็ทรงยื่นให้ดูเลย ผมจึงจำแบบและรุ่นไว้
"แล้วไปดูที่ร้านขาย ปรากฏว่า 750 บาทเอง
“นี่คือพระเจ้าแผ่นดินไทยนะ
"ผมตกใจว่าทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดิน
"สามารถมีของใช้สารพัด ราคาแพงแค่ไหนก็ได้ แต่ไม่ทรงใช้
“เวลาเสวย เครื่องเสวยก็เรียบง่าย ธรรมดา
"ไม่ทรงใส่พระราชหฤทัยว่าบนโต๊ะเสวยมีอะไรบ้าง
"ไม่เคยทรงปรุงหรือแต่งเติมอะไร
"ดูๆแล้วพระองค์ท่านทรงเหมือนพระ ละซึ่งอะไรต่างๆแล้ว
"เสวยของเรียบง่าย อาจมีบ้างที่มีรับสั่งว่า นั่นอร่อยนะ”
ตรงกับคำบอกเล่าของนายทหารท่านหนึ่ง
ที่เคยตามเสด็จฯพระองค์ท่านไปตามที่ทุรกันดารว่า
“สมัยที่พระองค์ท่านเสด็จฯพื้นที่กันดาร
"มีราษฎรคนหนึ่งนำถั่วฝักยาวมาถวาย
"พระองค์ท่านให้แม่ครัวเอาไปผัดน้ำมันกระเทียม แล้วก็เสวยจนหมด
“ต่อมารับสั่งให้ผัดอีก คราวนี้ทางห้องเครื่องใส่กุ้งใส่หมูมาด้วย .
"พระองค์ท่านทรงมีรับสั่งว่า ไม่เอา แบบนี้เป็นอาหารของพระยา”
คุณสมภพ หลุยลาภประเสริฐ
เจ้าของร้านยูไลย ซอยศาลาแดง
ผู้ถวายงานตัดฉลองพระองค์สืบต่อมาตั้งแต่รุ่นพ่อเล่าว่า
“ตั้งแต่สมัยคุณพ่อ (ยูไลย หลุยลาภประเสริฐ) เป็นเจ้าของร้าน
"คุณชูพาศน์ ชูโต ซึ่งเป็นผู้ถวายงานดูแลด้านฉลองพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ก็เป็นลูกค้าตัดเสื้อกับร้านเราอยู่ก่อน
“วันหนึ่งท่านพามิสเตอร์วัตสัน ช่างตัดฉลองพระองค์ชาวอังกฤษพร้อมชุดฉลองพระองค์มาให้
คุณพ่อผมลองแก้ไข
“ปรากฎว่าพอมิสเตอร์วัตสันเห็นผลงานก็พอใจ
"นำความไปกราบบังคมทูลพระองค์ท่านว่า ช่างร้านยูไลยทำงานได้ละเอียด
“พระองค์ท่านทอดพระเนตรแล้วก็โปรดว่าคุณพ่อแก้ไขได้เรียบร้อยดี จึงทรงให้ทดลองตัดดู
"และจากนั้น (ปี 2500) ร้านเราก็ได้ตัดถวายมาตลอด ทั้งฉลองพระองค์ สูท ชุดทหาร ชุดบรรทม
“ฉลองพระองค์ชุดแรกที่ผมตัดถวายเป็นฉลองพระองค์สูทสีเข้ม
"เฉลี่ยแล้วฉลองพระองค์ชุดหนึ่งพระองค์ท่านทรงใช้อยู่ประมาณ 8 – 10 ปี
"เรียกว่าถ้าทรงแล้วยังดีอยู่ก็จะทรงหมุนเวียนกลับมาทรงเรื่อยๆ
“จะทรงยอมตัดใหม่เฉพาะในโอกาสพิเศษ
"หรือมีงานสำคัญต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองเท่านั้น
“อย่างฉลองพระองค์ชุดบรรทม พอนานปีเข้ายางยืดที่บั้นพระองค์ยืด
"ก็ทรงให้เปลี่ยนยางยืดใหม่ เรียกว่าต้องชำรุดจริงๆถึงจะทรงเปลี่ยน
“หรือพระสนับเพลาบางองค์ก็เป็นรู
"เพราะเวลาทรงเล่นกับสุนัขทรงเลี้ยง เขาก็จะกัด
"ผมเห็นแล้วก็กราบทูลว่าอยากตัดถวายให้ใหม่
"พระองค์ท่านก็ทรงรับฟังเฉยๆ เสร็จแล้วก็ยังทรงใส่ตัวเดิมที่เป็นรูนั่นละ
“ตั้งแต่ถวายการรับใช้มา พระวรกายเปลี่ยนแปลงน้อยมาก
"มีระยะหลังที่พระวรกายสมบูรณ์ขึ้น
"ก็โปรดเกล้าฯให้ผมนำฉลองพระองค์ชุดเก่าไปขยายให้พอดี แล้วทรงนำไปใช้ต่อ
“เพราะฉะนั้นเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านจึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับผมเลย
"พระองค์ทรงปฏิบัติมานานก่อนที่จะพระราชทานแนวพระราชดำริให้คนไทยได้รู้กันด้วยซ้ำ
“ทั้งๆที่พระองค์ท่านไม่จำเป็นต้องทรงทำแบบนี้ก็ได้
"ถ้าจะทรงใช้ฉลองพระองค์แบรนด์ดังๆก็ทรงทำได้
"แต่พระองค์ท่านก็ยังทรงประหยัด มัธยัสถ์
“ทำให้ผมคิดว่า ขนาดพระองค์ท่านซึ่งยังเป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินยั้งทรงปฏิบัติพระองค์แบบนี้
"เราในฐานะพสกนิกรก็ควรเดินตามรอยท่าน
"อะไรที่ไม่จำเป็น อะไรที่เกินตัวก็ไม่ควรทำ”
ด้านคุณศรไกร แน่นสีนิล หรือ “ช่างไก่”
เจ้าของร้าน ก.เปรมศิลป์ ย่านสี่แยกพิชัย
ก็เล่าถึงงานซ่อมฉลองพระบาทถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า
“ปี 2545 เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังท่านหนึ่งได้ถือพานใส่ร้องเท้าเดินเข้ามาในร้าน
"ก่อนยื่นให้ผมแล้วค่อยก้มลงกราบพาน ผมก็ตกใจ ถามว่าเอาอะไรมาให้
“เขาบอกว่าเป็นฉลองพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่โปรดมาก
แต่เก่าแล้ว ไม่รู้จะเอาไปซ่อมที่ไหน
“โอ้โห...ผมขนลุกซู่ ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกอย่างไร ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะมีโอกาสดีๆแบบนี้
"เพราะร้านดังๆมีเยอะแยะ แต่กลายเป็นเราที่ได้รับโอกาสสำคัญทำงานนี้
“จำได้ว่าบนพานนั้นเป็นฉลองพระบาทหนังสีดำ
"สภาพชำรุดทรุดโทรมจากการใช้งานมาหลายสิบปี หนังข้างนอกหลุดลุ่ย
"ส่วนภายในก็ผุกร่อนหลุดลอกหลายแห่ง ถ้าเป็นคนทั่วไปคงทิ้งไปแล้ว
"แต่พระองค์ท่านกลับให้เจ้าหน้าที่นำมาซ่อมเพื่อใช้งานต่อ
“ผมใช้เวลาซ่อมเกือบเดือน ทั้งที่จริงแล้วทำไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จ
"แต่เพราะอยากให้อยู่บ้านเรานานๆ (หัวเราะ)
“ที่ประทับใจสุดคือ
"ตอนที่เลาะพื้นด้านในออกมาแล้วเห็นรอยพระบาท ตื่นเต้นมาก
“เคยเห็นภาพข่าวพระราชกรณียกิจในทีวีมีคนไปรับเสด็จฯแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าปูให้ทรงเหยียบ
"แต่นี่เราเห็นรอยพระบาทปรากฏชัด จะทิ้งได้อย่างไร
“ผมก็เลยเอาใส่กรอบแล้วตั้งเอาไว้บนหิ้งสูงสุด ตกแต่งอย่างดี มีพานและผ้าคลุมพานสีเหลือง
“ลูกค้าเห็นเข้าก็ถามว่าอะไร
"พอรู้ว่าเป็นฉลองพระบาทของพระองค์ท่าน ก็ขออนุญาตเอามาเทินหัวกันใหญ่
“หลังจากนั้นผมมีโอกาสซ่อมฉลองพระบาทให้พระองค์ท่านอีก 4 คู่
“คู่แรกเป็นฉลองพระบาทลำลองซ้ายที่ถูกคุณทองแดงกัดขาด ผมก็ปะตรงรอยที่ขาด
“คู่ที่สองเป็นฉลองพระบาทแคชชูส์ผูกเชือกสีดำ ส่งมาแปะแผ่นกันลื่น
“คู่ที่สามเป็นฉลองพระบาทบู๊ต ส่งมาเปลี่ยนยางยืดด้านข้างและจัดทรงใหม่
“และคู่ที่สี่เป็นฉลองพระบาทบู๊ตสั้น ส่งมาเปลี่ยนพื้นด้านล่างทั้งสองข้าง
“ฉลองพระบาทของพระองค์ท่านเป็นตัวอย่างหนึ่งของความพอเพียง
ที่พสกนิกรของพระองค์ควรดำเนินรอยตาม
“สารภาพก็ได้ว่า ก่อนหน้านี้ผมเองก็เคยอยากมีอยากได้ อยากรวย
"แต่ตอนนี้ใจเบาขึ้นเยอะ เพราะรู้จักพอ ไม่ปรารถนามากกว่านี้
“ถึงปัจจุบันร้านจะมีชื่อเสียง ผู้คนรู้จัก แต่ผมก็ไม่คิดจะขยายให้ใหญ่โต เปิดสาขา
เพราะมีเท่านี้ก็พอแล้ว
“เงินมีไม่มาก แต่มีความสุข เพราะผมมีสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตอยู่ในบ้าน
"นั่นคือรอยพระบาทของพระองค์ท่าน ซึ่งผมถือว่าสูงสุดในชีวิตเราแล้ว”
...
"อ่านแล้วแอบคิดถึงตัวเอง "เราทำอะไรอยู่ ดิ้นรนเสียมากมาย"
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ _________________ <img src="http://upload.bluegy.com/uploads/7e083b0a0929f59f21fda2b171cd573a.gif"><img src="http://upload.bluegy.com/uploads/671ead4e95ed8ad379be21e516bf8963.png"> |
|